• BB Content



 

NEW : LG G4 แอนดรอยด์สมาร์ทโฟน ดีไซด์หรู มาพร้อม IPS Quantum หน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว
NEW : LG AKA สมาร์ทโฟนสื่ออารมณ์เครื่องแรก มีตาดุ๊กดิ๊ก
Alcatel Onetouch 20.04C ฟีเจอร์โฟน โดนใจ ปุ่มกดไซน์บิ๊กเบิ้ม ถ่ายรูปได้ พร้อมปุ่ม SOS
Alcatel One Touch POP D5 : สมาร์ทโฟนสุดล้ำ 2 ซิมราคาประหยัด มาพร้อม Selfie กล้องหน้าสุดจี๊ด
Alcatel One Touch Flash สมาร์ทโฟนสุดล้ำมาพร้อม Selfie กล้องหน้า ความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซล
NEW : LG G3 แอนดรอยด์สมาร์ทโฟนดีไซด์ล้ำ หน้าจอ Quad HD ขนาด 5.5 นิ้ว
มาแต่งเคส LG AKA ทำเสื้อผ้าน่ารักๆ ให้สมาร์ทโฟนแสนซนกันเถอะ

ชีวิตใหม่ของ "บุญชัย เบญจรงคกุล"

บุญชัย เบญจรงคกุล ชายที่ขมขื่นกับชีวิต แบกรับภาระหนักอึ้งตั้งแต่ย่างเข้าวัยหนุ่ม ดูแลพี่-น้องในตระกูลเมื่อโตขึ้นก้าวมาทำธุรกิจ ก็เจอสภาพอกกลัดหนอง ไปทำสัมปทานธุรกิจโทรศัพท์มือถือกับภาครัฐ สัญญาเสียเปรียบคู่แข่งมาตลอด ชีวิตอยู่ในสภาพยิ่งกว่าลูกเมียน้อย จึงตัดสินใจขายธุรกิจที่สร้างมากับมือ ออกไปให้ต่างชาติบริษัท เทเลนอร์ จากประเทศนอร์เวย์

วันนี้ย่างเข้าวัย 50 กว่าปี แขวนนวมจากวงการธุรกิจ ออกไปใช้ชีวิตได้ทำในสิ่งที่ใจรัก สร้างศูนย์นิทรรศการเพื่อเป็นเป็นแหล่งศึกษาของ เยาวชน คนทั่วไปในชาติ และต่างชาติ ที่อยากชื่นชม วัฒนธรรมไทยที่สุดแสนจะวิจิตร

บุญชัย เป็นคนชอบสะสมรูปภาพวาดมาก มี ถวัลย์ ดัชนี เป็นศิลปินในดวงใจ ถ้าถามว่าวันนี้ใครมีรูปฝีมือวาดของถวัลย์มากที่สุดในประเทศไทย บุญชัยตอบว่า ถ้าไม่นับตัวถวัลย์ เขาคืออันดับ 1

"ตอนนี้ผมใช้พื้นที่ชั้น 1 และชั้นลอย ของตึกเบญจินดา ซึ่งมีเนื้อที่รวม 4000 ตารางเมตรจัดเป็นนิทรรศการ โดยมีการแสดงภาพเขียนที่ชื่นชอบเป็นพันรูป และใช้เม็ดเงินไปแล้วราว 500-600 ล้านบาท และยังมีงานหัตถกรรมและนวัตกรรมต่าง"

ไม่หยุดแค่นั้นเขายังวางแผนสร้างตึกใหม่ขึ้นอีก 1 ตึกใกล้กับตึกเบญจินดา และทำทางเชื่อมหากัน ทำให้มีพื้นที่ใช้จัดนิทรรศการได้ถึง 20,000 ตารางเมตร โดยพื้นที่นี้จะใช้เป็นนิทรรศการแสดงศิลปะที่บ่งบอกถึงความเป็นชาติไทยทุกแขนง ทั้งด้านจิตกรรม นวัตกรรมทุกแขนง

บุญชัย มีแผนเปิดให้ นักเรียนนักศึกษา และบุคคล ทั่วไป รวมถึงชาวต่างประเทศที่ต้องการ เข้ามาศึกษาศิลปะประเพณีของไทย ซึ่งตอนนี้กำหนดค่าเข้าชมคร่าวๆในกลุ่มของนักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ และผู้ถือบัตรมูลนิธิต่างๆ ในราคา คนละ 200 บาทส่วนชาวต่างชาติ จะเป็นอีกอัตรา

เขาเล่าว่า ชื่นชอบในงานศิลปะเขียนภาพมาตั้งแต่ 7 ขวบ แต่ด้วยความที่พ่อเป็นนักธุรกิจ และตัวเองก็เป็นลูกชาย คนโต ของครอบครัว จึงถูกวางตัวให้เป็นผู้สืบทอดธุรกิจของ ครอบครัวต่อ

"ถ้าผมไม่ต้องมารับผิดชอบงานของครอบครัว ป่านนี้ผมคงไปเป็นช่างเขียนภาพที่นักอยู่ตามสนามหลวงไป แล้ว ผมรักการวาดรูปและเขียนรูปตั้งแต่ 7 ขวบ ต่อมาเมื่องานยุ่งไม่มีเวลาเขียน จึงหันมาสะสมรูปวาดของจิตกรคนอื่นๆ แทน"

อีกงานหนึ่งที่ตั้งใจจะผลักดันให้สำเร็จเห็นเป็นรูปธรรม หลังจากที่ล้างมือจากวงการมือถือ คือการทำโครงการสำนึกรักบ้านเกิด ให้เห็นเป็นรูปธรรม ร้านสำนึกรักบ้านเกิดในแต่ละพื้นที่สามารถช่วยเหลือชุมชนนั้นๆได้จริง โดยเขาหวังจะให้ร้านสำนึกรักบ้านเกิน 1 ร้านมีเพียง คอมพิวเตอร์ 2 ตัว โทรทัศน์ 1 เครื่อง ซึ่งจะทำงานด้วยการใช้เครือข่ายโทรคมนาคมสื่อสารสั่งซื้อข้องในพื้นที่นั้น

"เช่น พ่อค้าอยากได้ข้าวหอมมะลิ ก็จะส่งซื้อผ่านอินเตอร์ เน็ตและร้านสำนึกรักบ้านเกิดก็จะสำรวจหาข้าวในพื้นที่ต่างๆเพื่อจัดส่งให้กับพ่อค้า"

ร้านสำนึกรักบ้านเกิด จะใช้เครือข่ายโทรคมนาคม ที่มีอยู่ทั่วประเทศ สร้างโอกาส ความสะดวกแก่ประชาติรากหญ้า เพื่อใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไม่ทุกพื้นที่ แทนการกระจุกตัวในจุดใดจุดหนึ่ง

บุญชัยให้คำมั่นว่าเขาจะยังวนเวียนอยู่ในวงการสื่อสารไทย และจะใช้โครงข่ายสื่อสารและประสบการ์ที่มีมากว่า 20 ปีสร้างลดช่องวางทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม เพราะเชื่อว่า หากเกษตร ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศอยู่รอดทุกคน ก็จะอยู่รอด้วยกันทั้งสังคม แต่หากพวกเขาตาย สังคมก็จะไม่มีที่อยู่

"คนที่รักแต่ตัวเอง ทำประโยชน์ให้แก่ตัวเอง วันนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แผนดินไทยไม่มีที่ให้อยู่ และตอนนี้เค้าก็คงรู้แล้วว่าอยู่ที่ไหนก็ไม่เหมือนอยู่บ้านเรา"

โครงการสำนึกรักบ้านเกิดมีจุดมุ่งหมายหลักที่จะมุ่งเน้นการสร้างคว่ามแข็งแกร่งให้กับคนทุกระดับชั้นทุกอาชีพ โดยเฉพาะเกษตร ซึ่งถือว่าเป็น กระดูกสันหลังของประเทศ โดยเราจะเน้นแนวทางพระราชดำริ เสรษฐกิจพอเพียงให้เกิดขึ้น เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคง

บุญชัยเล่าถึงความหลังที่จำเป็นต้องขาย หุ้นบริษัท โทลเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ ดีแทค ด้วยการขายหุ้นบริษัท ยูไนเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ ยูคอม ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ให้กับ เทเลคอมนอร์เวย์ ด้วยน้ำเสียงที่สุดจะเสียดายว่า มั่นเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนั้น เพราะกระแสข่าวตอนนั้น ค่อนข้างมั่นใจว่าตระกูลชินวัตร จะขายหุ้น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือเอไอเอส ให้กับบริษัท สิงค์โปร์เทเลคอม วึ่งถือว่าเป็นยักษ์ โทรคมนาคม ของภูมิภาคนี้

ทั้งนี้หากตอนนี้ไม่ตัดสินใจ ขายเพราะหาสิงเทล เข้ามาแล้วให้ลูกค้าโทรฟรี สัก 1 เดือนเพื่อกว้านลูกค้าเข้าระบบรับรองว่า ดีแทค เจ๊ง แนะ จึงตัดสินใจขายให้ เทเลนอร์ซึ่งตัวใหญ่ไม่แพ้แก่กันสู้กันยังจะพอมีทางรอด เพราะเขาไม่อยากให้บริษัท ที่ครอบครัวสร้างมาต้องมาตายในสมัยเขา ซึ่งหากวันนั้นรู้ล่วงหน้าว่าจะ มีการปฎิวัติเพื่อล้มล้างขั่วอำนาจของรัฐบาลชุดเดิม ก็จะอดใจรอไม่ยอมขายกิจการครอบครัวเด็ดขาด

บุญชัยมั่นใจว่าหลังจากการปฎิวัติ เกิดขึ้น อุสหกรรมโทรคมนาคมจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแน่นอ เพราะรัฐบาลชุดนี้ ไม่ใช่นักการเมือง ที่มีจากการเลือกตั้งและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนจึงเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขสัญญาสัมปทาน และความเหลื่อมล้ำในอุสาหกรรมฯได้

"หากรัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ อุสาหกรรมมือถือ ก็หมดโอกาสที่จะได้รับการเยียวยา เพราะนักการเมืองจากการเลือกตั้งย่อมมีผลประโยชน์ ทับซ้อน ทั้งนายสิทธิชัย โภไคยอุดม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ก็ยังเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านนี้เป็นอย่างดีเนื่องจากเคยเป็นคณะกรรมการบอร์ดกสท.เมื่อหลายปีก่อน"

ทั้งนี้ดูเหมือนว่าความเก๋าที่คร่ำวอดมาในวงการกว่า 20 ปีของ เขาจะสามารถเดาทางได้ถูกเกือบทุกเรื่อง เพราะเรื่องของสัมปทานกำลังมีทางออกไปในทิศทางที่เขาคาดการณ์

วันนี้เขารามือจากธุรกิจ แล้วหันไปใช้ความรู้ประสบการณ์พัฒนาชุมชนบท และทำสิ่งปรารถนามาทั้งชีวิต ในช่วงเวลายังเหลืออยู่ โดยปล่อยให้น้องชายสุดที่รัก วิชัย เบญจรงคกุล ปลุกปั้นธุรกิจครอบครัว ที่ซื้อคืนจาก ยูคอม อาทิ ธุรกิจคอนเทนต์ บรอดแบนด์ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ภายใต้บริษัท เบญจินดา



Copyright Ⓒ 2007 All Right Reserved. United Distribution Business Co.,Ltd.